สาวเปิดประสบการณ์เรียกเงินประกัน

เป็นหนึ่งข่าวที่ถูกสังคมให้ความสนใจเป็นจำนวนมากเรียกได้ว่าสำหรับใครที่มีรถจะรู้กันดีว่า เราทำประกันแต่ละปีอย่างน้อยๆก็หลักหมื่น ถ้ารถเป็นอะไรเราก็อย ากให้ประกันเคลมได้รวดเร็วทันใจ วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆมาฝาก สำหรับ นิติกร เล่ าประสบการณ์เรียกเงินประกันหลังรถถูกช น งานนี้เรียกว่าสู้สุดใจ ฝ่าฟันทุกอุปสรรค งัดมาทุกข้อก ฎหมาย จาก 2 หมื่นสุดท้ายได้จริง 4 หมื่น ใช้กลเม็ดอะไรไปสู้บ้าง มาดูได้เลย


ภาพจาก Paweenut Naibut

วันที่ 2 เมษายน 2564 กลายเป็นเรื่องการทวงเงินประกันที่โด่งดังขึ้นมาในช่วงไม่กี่วัน มีคนแชร์ไปกว่า 1 หมื่นครั้ง โดยเฟซบุ๊ก Paweenut Naibut ได้เล่าเรื่องราวอย่างละเอียดยับตั้งแต่ต้นจนจบ รายละเอียดเป็นยังไง กระปุกดอทคอมจะสรุปให้อ่านกัน

จุดเริ่มต้นของเรื่อง วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 รถเธอถูกช นที่ จ.ภูเก็ต จากนั้นก็นำรถเข้าซ่อมอู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ใช้เวลาซ่อม 45 วัน พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันคู่กรณีตามสิทธิ์ที่มี 45 วัน วันละ 500 บาท รวมเป็น 22,500 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทแจ้งพิจารณาสินไหมทดแทน จ่ายเพียง 20 วัน เป็นเงิน 10,000 บาท เทียบเคียงกับการซ่อมจาก 2 อู่ เมื่อโดนข้อเสนอมาแบบนี้ทำให้เธอฉุน เพราะเล่นตัดราคาเกินกว่าครึ่งแบบนี้ ไม่มีทางยอมแน่นอน จึงได้ประสานไปยังฝ่ายสินไหมของบริษัท จนอีกฝ่ายยื่นข้อเสนอใหม่เพิ่มให้อีก 5 วัน ซึ่งเธอก็ไม่ยอม


เรื่องยังคงเงียบ จนต้องทำเรื่องไล่บี้ใหม่ เรียกค่าเสี ยหายเพิ่มเติม

เรื่องนั้นเนิ่นนานไม่คืบหน้า จนกระทั่งเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เธอจึงยื่นข้อเสนอใหม่แทนคำเรียกร้องเดิม แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1. ค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถ 45 วัน จำนวน 22,500 บาท 2. ค่าเสื่ อมสภาพรถจากอุบัติเห ตุอีก 20,000 บาท เมื่อทำหนังสือไปยังบริษัท ทางบริษัทกลับส่งหนังสือพิจารณาค่าสินไหมเพียง 25 วันมาให้ เธอจึงแจ้งว่า ส่งข้อเสนอใหม่ไปในเมลแล้ว และขอให้อีกฝ่ายประสานด้วย แต่เรื่องก็ยังเงียบ… กระทั่งเดือนมีนาคม เธอจึงร้องเรียนไปยัง คปภ.ส่วนกลาง และเรียกร้องค่าสินไหม 42,500 บาท ซึ่งส่วนกลางก็ติดต่อมาบอกจะให้ คปภ.นครศรีธรรมราช มาประสานเพื่อไกล่เกลี่ย จากนั้น คปภ.นครศรีธรรมราช ก็ติดต่อนัดมา แต่เธอไม่ประทับใจ จึงไม่มีการคุยแต่อย่างใด

การใช้ไม้ตา ยครั้งสุดท้าย

ถึงแม้เจรจาล่ม แต่ก็มีจดหมายมานัดในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เธอจึงติดต่อไปยังบริษัทเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันนัด เพื่อยื่นคำขาดขอเงินสินไหมทดแทน 42,500 บาท พร้อมยกเหตุผลว่า ถ้าหากจะต้องไปไกล่เกลี่ยที่ คปภ. จะยื่นหนังสือร้องเรียนบริษัทเพิ่มอีก 1 ข้ อหา คือ ประวิงเวลาจ่ายค่าสินไหมทดแทน มาตรา 88 ของ พ.ร.บ.ประกันวิน าศภั ย ระวางโท ษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกไม่เกินวันละ 2 หมื่นบาท เมื่อวางสาย บริษัทก็พย าย ามเจรจา แต่ทางเธอก็ยื่นคำขาดไปว่า

ดีลนี้เธอเป็นฝ่ายได้เปรียบนะ ลองไปถามนักก ฎหมายในบริษัทดู เพราะความผิดฝั่งพวกคุณนั้นเสร็จแล้ว และทางนักก ฎหมายรู้ว่าเธอคิดอะไร อีกฝ่ายพย าย ามต่อรองลดเหลือเลขกลม ๆ แต่เธอปฏิเสธไป บอกว่า พวกคุณไม่มีโอกาสต่อรองแล้วแม้แต่บาทเดียว ให้เวลาถึงพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงเท่านั้น ถ้าเงินเข้าบัญชี ทุกอย่างจบ ซึ่งคู่กรณีก็งงว่า ทำไมต้องพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงด้วย เธอจึงชี้แจงไปว่า เพราะมีคุยกับ คปภ. ไง ถ้าต้องเสียเวลาไป คปภ. ก็จะมียื่นมาตรา 88 อีกข้ อหาแน่นอน


ตอนจบของเรื่อง

ทางบริษัทประกันโอนเงิน 42,500 บาทมาตามที่เรียกร้อง เรื่องราวล้วนจบลงด้วยดี แม้เหนื่อย แต่ก็คุ้ม และหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นความรู้กับคนอื่น ๆ ด้วย

เจ้าของโพสต์

ขอบคุณที่นำเรื่องราวที่เป็นประโยชน์มาแบ่งปันครับ

ขอบคุณ Paweenut Naibut