เราชนะม.33แจกรวดเร็วให้มากถึง 41 ล้านคน

ล่าสุดวันนี้ (9 พฤษภาคม)  น.ส.กุลย า ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากสถานการณ์การ C V-19 ในระลอกเดือนเมษายน 2564 ที่ได้ทวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมของ ม า ต ร ก า ร บรรเทาผล ก ระ ท บ ต่อประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร ในระยะ เ ร่ ง ด่วนดังกล่าว รวมทั้ง ม า ต ร ก า ร สำหรับ ก ระ ตุ้ น เศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การคลี่คลายจนอยู่ในระดับที่สามารถดำเนินมาตรการ ก ระ ตุ้ น เศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศได้

ภาพดังกล่าว

ภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์ตามที่กล่าวข้างต้น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้พิจารณาใช้มาตรการ เ ยี ย ว ย  า ที่ดำเนินการอยู่แล้วและยังไม่สิ้นสุดโครงการ ได้แก่ โครงการเราชนะ และโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยเพิ่มวงเงินให้อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน โดยปัจจุบันทั้งสองโครงการมีผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับสิทธิ์รวมกันประมาณ 41 ล้านคน ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ครอบคลุมประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ได้รับความ เ ดื อ ด ร้ อ น แล้ว

ทั้งนี้ การเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสองโครงการจะทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่าการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่ เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองโครงการที่ภาครัฐมีอยู่ในปัจจุบันได้ทันที ขณะที่การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงจะต้องทำการสำรวจข้อมูลใหม่ รวมทั้งตรวจสอบและคัดกรองผู้ได้รับผลกระทบ จึงต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า

นอกจากนี้ การเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ได้รับสิทธิดังกล่าวยังจะช่วย ก ระ ตุ้ น การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานรากจากร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรายย่อย รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร จึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยในท้องที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ภาพดังกล่าว

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การ คลี่คลายลง โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อ อั ด เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

ภาพดังกล่าว

ในส่วนของ ม า ต ร ก า ร ด้านการเงิน คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติเห็นชอบ 2 มาตรการ ได้แก่ ม า ต ร ก า ร สิ น เ ชื่ อ สู้ภัยโค วิ ด-19 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนและบรรเทาความ เ ดื อ ด ร้อน จาก โ ค วิ ด-19 ทั้งผู้ที่มีรายได้ประจำ กลุ่มอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายละ 10,000 บาท ด้วยหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อปกติ ดอก เ บี้ ย  0.35% ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอก เ บี้ ย ใน 6 เดือนแรก

รวมทั้ง ม า ต ร ก า ร พักชำระ ห นี้ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายระยะเวลาพักชำระห นี้ โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูก ห นี้ ตามความสมัครใจของลูก ห นี้ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผล ก ระ ท บ พ.ศ. 2564 ประกอบด้วย 2 ม า ต  ร ก า ร ดังนี้ 1.ม า ต ร ก า ร สนับสนุนการให้ สิ น เ ชื่ อ แก่ผู้ประกอบธุรกิจ หรือ ม า ต ร ก า ร สินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 250,000 ล้านบาท และ 2. ม า ต ร ก า ร พักทรัพย์ พักหนี้ วงเงิน 100,000 ล้านบาท

ในส่วนของ ม า ต ร ก า ร ด้าน ภ า ษี  รัฐบาลได้ออกมาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไปเป็นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีที่ได้รับผล ก ระ ท บ จากระลอกใหม่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศและสนับสนุนการทำธุรกรรม ภ า ษี ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงช่วยลดความ แ อ อั ด อีกทั้งช่วยเพิ่มสภา พคล่องในมือผู้ประกอบการให้มีมากขึ้นและนานขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถใช้ประโยชน์จาก ม า ต ร กา ร ต่าง ๆ ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด